หลังงานฌาปนกิจผ่านไป หลายครอบครัวยังมีคำถามต่อว่า ควรไว้ทุกข์กี่วัน ต้องผูกแขนดำไหม แต่งกายอย่างไรให้เหมาะสมในชีวิตประจำวัน และลูกที่ไว้ทุกข์ให้พ่อแม่ควรปฏิบัติต่างจากญาติห่าง ๆ อย่างไร เพราะธรรมเนียมนี้ไม่มีตำราตายตัวและแต่ละครอบครัวก็ปฏิบัติไม่เหมือนกันทั้งหมด ทีมงานที่ดูแลเรื่องพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยให้ครอบครัวผู้สูญเสียในกรุงเทพฯ ทุกวันรวบรวมแนวทางที่พบทั่วไปไว้ในบทความนี้ เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำผิดธรรมเนียม
- ไว้ทุกข์ คืออะไร ทำไมต้องไว้ทุกข์
- ไว้ทุกข์กี่วันถึงจะเหมาะสม
- ต้องผูกแขนดำไหม ผูกข้างไหน นานแค่ไหน
- ช่วงไว้ทุกข์ควรแต่งกายอย่างไร ต่างจากวันไปงานศพยังไง
- ช่วงไว้ทุกข์ ทำอะไรได้บ้าง ควรงดอะไรบ้าง
- ลูกไว้ทุกข์ให้พ่อแม่ ต่างจากไว้ทุกข์ให้ญาติห่าง ๆ อย่างไร
- ไว้ทุกข์ที่ทำงาน ต้องแจ้งบริษัทอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อย
ถ้าอยากได้คำตอบเร็ว ๆ ก่อนอ่านรายละเอียด ตารางด้านล่างสรุปสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการไว้ทุกข์
| สิ่งที่ควรรู้เร็ว ๆ | แนวปฏิบัติทั่วไป |
|---|---|
| ระยะเวลาไว้ทุกข์ | ตั้งแต่ 15 วันไปจนถึง 100 วันหรือ 1 ปี แล้วแต่ความสัมพันธ์ |
| สีเสื้อผ้าช่วงไว้ทุกข์ | ดำเป็นหลัก รองลงมาคือขาว เทาเข้ม กรมท่าเข้ม |
| ผูกแขนดำ | ใช้เมื่อไม่ได้ใส่ชุดดำล้วน พันที่ต้นแขนซ้าย |
| สิ้นสุดการไว้ทุกข์อย่างเป็นทางการ | นิยมยึดวันทำบุญครบ 100 วันเป็นจุดตัด |
ไว้ทุกข์ คืออะไร ทำไมต้องไว้ทุกข์
การไว้ทุกข์ คือช่วงเวลาที่ญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตแสดงความอาลัยต่อเนื่องหลังงานศพจบลง ผ่านการแต่งกาย พฤติกรรม และการงดกิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน เพื่อสื่อว่าครอบครัวยังอยู่ในช่วงเศร้าโศกและให้เกียรติผู้ล่วงลับ ต่างจากวันงานศพที่เป็นพิธีกรรมเฉพาะกิจไม่กี่วัน การไว้ทุกข์เป็นช่วงเวลาที่ยาวกว่าและเกิดขึ้นในชีวิตปกติของผู้ไว้ทุกข์เอง เช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือเวลาออกไปพบปะผู้คน
ธรรมเนียมการไว้ทุกข์ด้วยการแต่งกายและงดกิจกรรมมงคลไม่ได้มีเฉพาะในสังคมไทย แต่พบได้ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลกในรูปแบบที่ต่างกันไป เช่น การสวมชุดดำต่อเนื่อง การงดออกงานสังคม หรือการมีสัญลักษณ์เฉพาะติดตัว อ่านภาพรวมบริบทสากลของธรรมเนียมนี้เพิ่มเติมได้จากสารานุกรมวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ หัวข้อ Mourning

ไว้ทุกข์กี่วันถึงจะเหมาะสม
ไม่มีจำนวนวันที่ถูกกำหนดตายตัว แต่แนวปฏิบัติที่พบทั่วไปในสังคมไทยมักอิงตามความสัมพันธ์กับผู้ล่วงลับ ญาติสนิทอย่างพ่อแม่หรือคู่สมรสมักไว้ทุกข์ยาวถึง 100 วันหรือเป็นปี ส่วนญาติห่างออกไปมักไว้ทุกข์สั้นกว่า โดยหลายครอบครัวเลือกยึดวันทำบุญครบ 100 วันเป็นจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน เพราะเป็นพิธีที่มีการนับวันแน่นอนอยู่แล้ว อ่านรายละเอียดขั้นตอนของพิธีนี้เพิ่มเติมได้ที่บทความทำบุญ 100 วัน
ตารางถัดไปสรุประยะเวลาที่พบทั่วไปตามความสัมพันธ์ ใช้เป็นแนวทางกว้าง ๆ เท่านั้น เพราะแต่ละครอบครัวสามารถปรับสั้นหรือยาวกว่านี้ได้ตามความรู้สึกและความสะดวกในการใช้ชีวิตจริง ไม่มีใครกำหนดว่าต้องทำตามเป๊ะ
| ความสัมพันธ์กับผู้ล่วงลับ | ระยะเวลาไว้ทุกข์ที่พบทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| บิดา มารดา คู่สมรส | 100 วัน ถึง 1 ปี | นิยมยาวที่สุด บางครอบครัวไว้ทุกข์ต่อจนครบปี |
| ปู่ ย่า ตา ยาย พี่น้องท้องเดียวกัน | 50 ถึง 100 วัน | มักสิ้นสุดพร้อมงานทำบุญครบ 100 วัน |
| ลุง ป้า น้า อา ญาติสนิท | 15 ถึง 50 วัน | ปรับตามความสนิทจริงในครอบครัว |
| ญาติห่าง เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา | 3 ถึง 7 วันแรกหลังทราบข่าว | ส่วนใหญ่ไว้ทุกข์เฉพาะช่วงมีงานสวด |
| ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ (กรณีมีระเบียบหน่วยงาน) | ตามประกาศของหน่วยงานนั้น ๆ | แต่ละหน่วยงานกำหนดเองไม่เท่ากัน |

ต้องผูกแขนดำไหม ผูกข้างไหน นานแค่ไหน
ผูกแขนดำใช้ในวันที่ไม่ได้แต่งกายด้วยชุดดำล้วน เช่น ต้องสวมเครื่องแบบทำงาน ชุดนักเรียน หรือชุดขาวของราชการ ให้ใช้ผ้าดำกว้างประมาณ 6 ถึง 7 นิ้วพันที่ต้นแขนซ้าย เป็นสัญลักษณ์แทนการไว้ทุกข์โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องแบบทั้งชุด หากวันนั้นแต่งกายด้วยชุดดำสุภาพครบถ้วนอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องผูกแขนดำซ้ำอีก เพราะชุดดำทำหน้าที่สื่อความหมายเดียวกันแล้ว
ระยะเวลาการผูกแขนดำมักอิงตามระยะเวลาไว้ทุกข์โดยรวมของแต่ละคน ไม่มีวันตัดขาดที่ตายตัว ผู้ที่ไว้ทุกข์ให้พ่อแม่อาจผูกแขนดำต่อเนื่องหลายสิบวันจนกว่าจะรู้สึกว่าเหมาะสมที่จะหยุด ส่วนคนที่ไว้ทุกข์ในฐานะเพื่อนร่วมงานมักผูกเฉพาะช่วงที่มีงานสวดพระอภิธรรมเท่านั้นแล้วถอดออกหลังงานเผาเสร็จ

ช่วงไว้ทุกข์ควรแต่งกายอย่างไร ต่างจากวันไปงานศพยังไง
ช่วงไว้ทุกข์ควรเลือกเสื้อผ้าโทนเข้มอย่างดำ เทาเข้ม หรือกรมท่าเข้มในชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงสีสดและลวดลายฉูดฉาด แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดดำล้วนทุกวันเหมือนวันไปงานศพจริง เพราะเป็นการใช้ชีวิตตามปกติควบคู่กับการแสดงความอาลัยแบบเรียบ ๆ ไม่ใช่การแต่งกายพิธีการเฉพาะกิจ
ข้อแตกต่างสำคัญคือ การแต่งกายไปงานศพเป็นเรื่องของ "แขก" ที่ไปร่วมพิธีเพียงคืนหรือวันเดียว ต้องเข้มงวดเรื่องสีและความสุภาพเป็นพิเศษ ส่วนการแต่งกายช่วงไว้ทุกข์เป็นเรื่องของ "ญาติใกล้ชิด" ที่ต้องใช้ชีวิตต่อเนื่องไปอีกหลายสิบวัน จึงยืดหยุ่นกว่าและเน้นความเรียบร้อยมากกว่าความเข้มงวด อ่านรายละเอียดสีชุดสำหรับวันไปร่วมงานโดยเฉพาะได้ที่บทความแต่งตัวไปงานศพ

ช่วงไว้ทุกข์ ทำอะไรได้บ้าง ควรงดอะไรบ้าง
ช่วงไว้ทุกข์ยังทำกิจวัตรปกติได้ตามเดิม ทั้งทำงาน ไปเรียน ออกกำลังกาย หรือไปร่วมงานศพของครอบครัวอื่น เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่ขัดกับความหมายของการไว้อาลัย สิ่งที่ครอบครัวส่วนใหญ่เลือกงดคืองานเฉลิมฉลองที่มีบรรยากาศรื่นเริงชัดเจน เช่น งานแต่งงาน งานวันเกิดใหญ่ หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ที่ต้องแต่งตัวฉลอง
บางครอบครัวยังงดตัดผมทำสีผมหรือเปลี่ยนลุคใหญ่ในช่วงแรก โดยเฉพาะญาติสายจีนที่มีธรรมเนียมเข้มงวดกว่า ทั้งหมดนี้เป็นแนวปฏิบัติที่สืบทอดกันมา ไม่ใช่ข้อห้ามทางศาสนาที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด แต่ละครอบครัวปรับใช้ตามความสบายใจของตัวเองได้ ธรรมเนียมไว้ทุกข์ฝั่งจีนที่เข้มงวดกว่านี้อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความงานศพจีน และกงเต๊ก

ลูกไว้ทุกข์ให้พ่อแม่ ต่างจากไว้ทุกข์ให้ญาติห่าง ๆ อย่างไร
ต่างกันหลักที่ระยะเวลาและความเข้มงวดในการปฏิบัติ ลูกที่ไว้ทุกข์ให้พ่อแม่มักยึดถือนานที่สุด บางครอบครัวไว้ทุกข์ต่อเนื่องจนครบ 1 ปี ใส่ใจเรื่องสีเสื้อผ้าอย่างจริงจัง และงดงานมงคลของตัวเองในช่วงนั้นโดยเด็ดขาด เพราะถือเป็นการแสดงความกตัญญูครั้งสุดท้ายที่ทำได้ ส่วนญาติห่างอย่างลุงป้าน้าอาหรือเพื่อนร่วมงานมักไว้ทุกข์เฉพาะช่วงมีงานสวดพระอภิธรรมเท่านั้น แล้วกลับมาใช้ชีวิตตามปกติทันทีหลังงานเผาเสร็จ
สำหรับคู่สมรส แนวปฏิบัติมักใกล้เคียงกับการไว้ทุกข์ให้พ่อแม่ เพราะถือเป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดเช่นกัน ส่วนพี่น้องท้องเดียวกันมักอยู่กึ่งกลางระหว่างสองกลุ่มนี้ คือยาวกว่าญาติห่างแต่สั้นกว่าการไว้ทุกข์ให้พ่อแม่ ทั้งหมดนี้เป็นภาพที่พบทั่วไป ไม่ใช่กฎที่บังคับให้ทุกครอบครัวต้องทำเหมือนกัน

ไว้ทุกข์ที่ทำงาน ต้องแจ้งบริษัทอย่างไร
เรื่องการลางาน ให้แจ้งฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้างานตามระเบียบลาปกติของบริษัท เช่น ลากิจหรือลาป่วยตามสิทธิ์ที่มี ส่วนเรื่องการแต่งกายไว้ทุกข์ระหว่างกลับเข้าทำงาน ให้ยึดชุดทำงานปกติแต่เลือกโทนสีเข้มขึ้นเล็กน้อยก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายทั้งหมด
หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจบางแห่งมีระเบียบการแต่งกายไว้ทุกข์ของตัวเองในบางโอกาส ให้ยึดตามประกาศของหน่วยงานนั้นเป็นหลัก ส่วนพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไปมักไม่มีข้อบังคับพิเศษ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคนว่าจะแต่งกายไว้ทุกข์ต่อเนื่องนานแค่ไหน
สำหรับผู้ที่ยังต้องดูแลเรื่องพวงหรีดหรือดอกไม้ในงานที่ยังไม่จบ หรือกำลังจะต้องส่งความอาลัยไปให้ครอบครัวอื่นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทีมงานพร้อมจัดส่งดอกไม้และพวงหรีดถึงศาลาทั่วกรุงเทพฯ ดูแบบและราคาจริงได้ที่หน้าพวงหรีดส่งด่วน หรือเลือกจากหมวดพวงหรีดดอกไม้สดได้ที่พวงหรีดดอกไม้สด ส่วนถ้อยคำที่ใช้เขียนป้ายแสดงความอาลัยดูตัวอย่างได้ที่หน้าข้อความพวงหรีด
สั่งพวงหรีดส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ
ดอกไม้สดคัดพิเศษ · ส่งถึงวัดตรงเวลา · มีรูปถ่ายก่อนส่ง
สั่งผ่าน LINEโทร 082-919-9481นอกจากเรื่องระยะเวลาไว้ทุกข์และการแต่งกายแล้ว อีกคำถามที่ครอบครัวมักเจอในช่วงนี้คือควรจัดการของใช้และเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตอย่างไร อ่านแนวทางได้ที่บทความของใช้และเสื้อผ้าผู้เสียชีวิต ควรจัดการอย่างไร
ส่วนเรื่องสิทธิการลาของคนทำงานว่าลาไปงานศพได้กี่วันและได้รับค่าจ้างหรือไม่ อ่านรายละเอียดได้ที่บทความลางานไปงานศพ ลาได้กี่วัน
ต้องการสั่งพวงหรีดหรือดอกไม้ไว้อาลัยส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ ดูแบบและราคาจริงได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด หรือเลือกจากสินค้าทั้งหมดของ ร้านพวงหรีด expresswreath.store — คัดดอกไม้สด จัดอย่างประณีต ส่งถึงวัดตรงเวลา พร้อมรูปถ่ายก่อนส่งทุกงาน
คำถามที่พบบ่อย
เรียบเรียงโดยทีมงาน expresswreath.store จากประสบการณ์ประสานงานส่งพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยให้ครอบครัวผู้สูญเสียในกรุงเทพฯ ทุกวัน ซึ่งได้พูดคุยกับครอบครัวลูกค้าเกี่ยวกับธรรมเนียมไว้ทุกข์หลังงานจบเป็นประจำ · ระยะเวลาและแนวปฏิบัติที่กล่าวถึงเป็นภาพกว้างที่พบทั่วไปในสังคมไทย ไม่ใช่กฎศาสนาหรือกฎหมายตายตัว แต่ละครอบครัวและแต่ละภูมิภาคอาจปฏิบัติต่างกัน ควรยึดตามความสบายใจของครอบครัวเป็นหลัก · ตรวจสอบและอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569
บทความนี้มีประโยชน์ไหม แชร์ให้คนที่ต้องการได้เลย





